

Service Overview
“โบท็อกซ์” การฉีดโบท็อกซ์จัดได้ว่าเป็นอีกวิธีที่หลายๆ คนยังนิยมเลือกใช้ เพราะนอกจากจะมีการรับรองอย่างมากมายแล้ว การฉีดโบท็อกซ์ยังมีส่วนช่วยปรับรูปหน้าได้จริงและมีความปลอดภัยสูง ปลอดภัยในทางการแพทย์ นิยมใช้กันแพร่หลายทั่วโลก สามารถช่วยลดร้ิวรอยบนใบหน้าได้ หรือปรับรูปหน้าได้ตามการออกแบบของแพทย์
โบท็อกซ์ คืออะไร?
โบท็อก คือ Botulinum Toxin Type A ที่เราคุ้นเคย เรียกได้ว่าเป็นสารสกัดจากแบคทีเรียที่มีชื่อว่า คลอสตริเดียม โบทูลินัม Clostridium Botulinum โดยโบท็อกซ์จะถูกนำมาใช้ในวงการความสวยความงามอย่างหลากหลาย ซึ่งเมื่อฉีดเข้าไปแล้วจะออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท Neurotoxin มีผลทำให้มัดกล้ามเนื้อทำงานลดลงชั่วคราวระยะหนึ่ง ทั้งยังลดการขยับของกล้ามเนื้อ ลดริ้วรอยเหี่ยวย่นต่างๆ ลดขนาดของกรามให้ดูเล็กลง ยกกระชับสัดส่วน ช่วยปรับรูปหน้าและทำให้ผิวที่หย่อนคล้อยเต่งตึงขึ้นมาแบบเห็นได้ชัด
โบท็อกซ์มีการทำงานอย่างไร?
การทำงานของโบท็อกซ์ คือ เมื่อทำการฉีดสาร Botulinum toxin เข้าไป สารชนิดนี้จะออกฤทธิ์โดยการไปจับกับส่วนปลายของเซลล์ส่วนประสาท ซึ่งมีผลต่อการทำงานของสารเคมี Acetylcholine ที่ทำให้ไม่สามารถหลั่งสารออกมาได้ ส่งผลทำให้กล้ามเนื้อหดตัวลงชั่วคราวระยะหนึ่ง หรือต่อมเหงื่อทำงานลดลง สาร Botulinum toxin จะสามารถอยู่ได้นานประมาณ 2-5 เดือน เท่านั้น

โบท็อกซ์กับความงาม
ในวงการเสริมความงาม การฉีดโบท็อก หรือสาร Botulinum toxin จะเข้าไปช่วยแก้ไขเรื่องปัญหาริ้วรอยบนใบหน้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ ผลลัพธ์คือช่วยปรับรูปหน้าให้เรียวเล็ก ยกกระชับขึ้นได้ ทั้งยังรวมไปถึงสามารถช่วยลดกล้ามเนื้อบริเวณน่องแขนและน่องขาได้ดีกว่าเดิม
การฉีดโบท็อกซ์กับการแพทย์
ในทางการแพทย์ การฉีดสาร Botulinum toxin เข้าไป จะสามารถช่วยรักษาโรคได้บางชนิด โดย FDA หรือ Food and Drug Administration ได้อนุมัติการรับรองให้ใช้สาร Botulinum toxin รักษาโรคต่างๆได้ ดังเช่น
- ภาวะตาเหล่ Strabismus
- โรคไมเกรน Migraine
- ภาวะเหงื่อออกมาก Hyperhidrosis
- ภาวะกล้ามเนื้อหดเกร็ง Spasticity
- ภาวะกล้ามเนื้อตาหดเกร็งผิดปกติ Blepharospasm
- การหดตัวผิดปกติของกล้ามเนื้อหูรูด Sphincters
ฉีดโบท็อกซ์ผลลัพธ์ดีไหม?
การฉีดสาร botulinum toxin a หรือการฉีดโบท็อกซ์เข้าสู่ส่วนต่างๆของใบหน้านั้น เป็นอีกวิธีที่ช่วยเรียกความมั่นใจได้เป็นอย่างดี เพราะโบท็อกจะช่วยคืนความอ่อนเยาว์ที่ง่ายและเห็นผลรวดเร็ว ชัดเจนกว่าหัตถการอื่น รวมถึงเป็นหัตถการที่ติดอันดับต้นๆของวงการความสวยความงามทั่วโลก และในประเทศไทยอีกด้วย ซึ่งโบท็อกซ์มีประสิทธิภาพเป็นอย่างมากในการให้ผลลัพธ์ที่รวดเร็วและชัดเจนหลังการฉีด เช่น ช่วยลดเลือนริ้วรอย ยกกระชับใบหน้า ส่งผลทำให้หน้าดูเล็กลงอย่างเห็นได้ชัด โดยโบท็อกซ์จะออกฤทธิ์ทำให้การทำงานของกล้ามเนื้อเล็กๆ ที่ก่อเกิดริ้วรอยย่นคลายตัวลง จึงมีการใช้สารโบท็อกซ์ฉีดลดริ้วรอย ปรับหน้าเรียวกันอย่างแพร่หลายจนถึงปัจจุบัน
ทำไม จึงควรฉีดโบท็อกซ์แทนการศัลยกรรมใบหน้า
เพราะกรรมวิธีในการฉีดโบท็อกซ์ เห็นผลได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังทำได้ง่าย ไม่ยุ่งยาก ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องนอนพักฟื้นนานหลายวัน เพราะหลังฉีดโบท็อกซ์เสร็จ สามารถกลับบ้าน หรือไปทำกิจกรรมอื่นๆตามปกติได้เลย แถมราคาก็สบายกระเป๋า ไม่เเพง เพราะเป็นเเค่การเสริมแต่งหรือแก้ไขเพียงเฉพาะจุดที่จำเป็นเท่านั้น ผู้ที่เข้ารับการรักษาที่มีอายุน้อย เทียบได้จากความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของผิวพรรณบนใบหน้ายังค่อนข้างสมบูรณ์ดีอยู่ ก็จะใช้ยาได้ในปริมาณที่น้อยมากผูที่มีอายุมากกว่า ซึ่งเป็นไปตามสภาพของใบหน้า และการวิเคราะห์ของแพทย์ การแก้ไขในบางจุดจึงมีราคาแค่พันต้นๆเท่านั้น
ฉีดตรงไหน? และช่วยอะไรได้บ้าง?
บอกได้เลยว่าการ ฉีดโบท็อก สามารถฉีดได้หลายตำแหน่ง แต่ถ้าวัดความนิยม คนมักฉีดโบท็อกซ์กันมากที่สุด ก็คือ บริเวณใบหน้า ช่วงกรอบหน้า ทั้งฉีด โบท็อก ลดริ้วรอย โบท็อกกราม ปรับรูปหน้า ยกกระชับใบหน้ากันอย่างครบทุกส่วน

หน้าผาก
ในบริเวณส่วนหน้าผาก ที่มีรอยเหี่ยวย่น อันมีสาเหตุมาจากการยักคิ้วหลิ่วตาบ่อยๆ การแสดงอารมณ์บนใบหน้านานๆ รวมไปถึงการขมวดคิ้วเป็นปมให้เกิดเป็นเส้นรอยย่นที่ชัดเจนบริเวณหน้าผากส่วนกลาง การฉีดโบท็อกซ์จึงเป็นการฉีดเพื่อแก้ไขปัญหาริ้วรอยเหี่ยวย่น ทั้งยังเป็นจุดที่ฉีดแล้วสามารถอยู่ได้นานกว่าจุดอื่นอีกด้วย
หางคิ้ว
ในบริเวณส่วนหางคิ้ว ถือว่าเป็นอีกจุดที่ใครหลายๆคนนิยมฉีดโบท็อกซ์กันเป็นอย่างแพร่หลาย เพราะเนื่องจากหลายคนมีปัญหาใหญ่ในบริเวณหางคิ้วที่ดูตก ดูมีอายุแบบเห็นชัด การฉีดโบท็อกซ์บริเวณหางคิ้วจะเข้าไปช่วยทำให้หางคิ้วดูยกเชิดขึ้น เต่งตึงขึ้น ดูอ่อนวัยมากขึ้นแบบรวดเร็ว
รอบดวงตา และบริเวณรอยตีนกา
ในบริเวณริ้วรอยรอบดวงตาและหางตา เรียกได้ว่าเป็นปัญหากวนใจของใครหลายๆคนเลยทีเดียว การฉีดโบท็อกซ์จึงเข้าใปช่วยให้รอยย่น รอยตีนการเหล่านี้หายไปได้ ซึ่งการฉีดโบท็อกซ์ในลักษณะนี้จะใช้ยาในปริมาณที่ไม่มากนัก แต่ยังสามารถกลับมาเกิดการย่นได้เช่นเดิม เพราะเป็นบริเวณที่บอบบาง อีกทั้งคนเราจะมีการแสดงอารมณ์ ไม่ว่าจะยิ้ม ร้องให้หรือหัวเราะอยู่เป็นประจำอยู่แล้ว
โหนกแก้ม
ในบริเวณนี้ หลายคนค่อนข้างซีเรียสหนัก เพราะการที่มีโหนกแก้มขนาดใหญ่จนสามารถเห็นได้ชัด จะทำให้ขาดความมั่นใจได้ง่าย โดยเฉพาะการถ่ายรูปที่ทำให้ภาพลักษณ์ออกมาไม่ได้ดั่งใจ การฉีดโบท็อกซ์บริเวณโหนกแก้มจึงถือเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้บริเวณโหนกแก้มมีขนาดเล็กลงกว่าเดิมได้โดยไม่ต้องศัลยกรรมใหญ่เลย
รอบดวงตา และบริเวณรอยตีนกา
ปัญหาของสาวๆหลายคนที่ไม่ควรมองข้าม คือ การที่มีรูปทรงจมูกที่แม้จะมีความสวยอยู่แล้ว มีความโด่งอยู่แล้ว แต่ในบริเวณปีกจมูกที่ใหญ่ บานหรือกว้างนัก จะทำให้ทรงดูไม่เข้ากับรูปหน้า การฉีดโบท็อกซ์จะเข้าไปช่วยลดการทำงานของปีกจมูก ทำให้ดูเล็กลง ดูได้รูปทรงมากยิ่งขึ้นตามสัดส่วนที่เหมาะสม ซึ่งถือได้ว่าเป็นการช่วยเพิ่มความมั่นใจได้ดีเลยทีเดียว
ส่วนกรามและบริเวณรอบกรอบหน้า
บริเวณนี้ถือเป็นจุดยอดนิยมในการฉีด โบท็อก หน้าเรียว มากที่สุด เพราะ เป็นสัดส่วนที่สาวๆหลายคนมีปัญหา การหน้าบาน ไม่เรียวเล็กตามสัดส่วนพิมพ์นิยม การฉีดบริเวณส่วนนี้จะช่วยปรับรูปหน้าให้ดูเรียวเล็ก ช่วยลดกราม มีความกระชับสวยและเข้ารูปมากยิ่งขึ้น รวมไปถึง โบท็อกลิฟกรอบหน้า ที่ช่วยเสริมโครงหน้าให้มีมิติ ดูน่าค้นหา มากกว่าใบหน้าที่ดีแบนๆ ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้ประเมินปริมาณของยา และบริเวณที่ต้องฉีดของแต่ละคนตามความเหมาะสม

โบท็อกซ์เกาหลีกับโบท็อกซ์อังกฤษมีความต่างกันอย่างไร แบบไหนดีกว่ากัน?
โบท็อกซ์เกาหลีกับโบท็อกซ์อเมริกานับว่าเเพทย์ทั่วโลกนิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย เพราะสามารถแก้ไข ปัญหาในเรื่องของริ้วรอย รูปหน้า ลดขนาดกรามให้เล็กลง โครงหน้าดูมีมิติมากขึ้น ผลลัพธ์มีความใกล้เคียงกัน แต่มีความแตกต่างกันที่คุณสมบัติและระยะเวลาการออกฤทธิ์ที่ไม่เท่ากันอย่างเห็นได้ชัด ดังนี้
โบท็อกซ์ของเกาหลี
ในส่วนของเกาหลี จะมีระยะเวลาในการออกฤทธิ์โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 3-6 เดือนเป็นต้นไป ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับสภาพผิวบริเวณใบหน้าของแต่ละคน รวมไปถึงการดูแลตัวเองหลังการฉีด การใช้ชีวิตประจำวันของแต่ละบุคคล
โบท็อกซ์ของอังกฤษ
ในส่วนของอังกฤษ จะมีระยะเวลาการออกฤทธิ์โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 7-14 เดือนเป็นต้นไป ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับสภาพผิวบริเวณใบหน้าของแต่ละคน รวมไปถึงการดูแลตัวเองหลังการฉีด การใช้ชีวิตประจำวันของแต่ละบุคคล
ฉีดโบท็อกซ์ กี่วันถึงจะเห็นผล?
- ฉีดเพื่อช่วยเรื่องริ้วรอยในส่วนบริเวณของหน้าผาก จะเห็นผลลัพธ์ประมาณ 3-7 วัน
- ฉีดเพื่อช่วยเรื่องรูปหน้าบิเวณกราม เนื้อกราม จะเห็นผลลัพธ์ประมาณ 4-6 สัปดาห์
- ฉีดเพื่อช่วยเรื่องบริเวณกรอบหน้า จะเห็นผลลัพธ์ประมาณ 2-4 สัปดาห์
- ฉีดเพื่อช่วยลดเหงื่อ ในส่วนของรักแร้ จะเห็นผลลัพธ์ประมาณ 2-4 สัปดาห์
การเตรียมตัวก่อนฉีดโบท็อกซ์ตามคำแนะนำของแพทย์
- ควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการฉีดโบท็อกซ์ สังเกตโบท็อกซ์แท้ของแต่ละยี่ห้อเพื่อความปลอดภัย
- และควรเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐานรับรองและแพทย์ที่พร้อมด้วยประสบการณ์ เพราะแพทย์จะต้องประเมินถึงปัญหาได้ตรงจุด แม่นยำ ทั้งยังวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสมอีกด้วย
- งดยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน, NSAIDs, Ponstan
- งดสครับใบหน้า คอร์สเลเซอร์ หรือนวดบริเวณที่ฉีดเพื่อลดอาการเขียวช้ำ
- หากมีโรคประจำตัวหรือยาที่ต้องรับประทานประจำ ควรปรึกษาหรือแจ้งแพทย์ก่อนทำทุกครั้ง
หลังฉีดโบท็อกซ์ควรดูแลตัวเองยังไง ให้ได้ผลลัพธ์ดีที่สุด?
- หลังฉีดควรรีบขยับเกร็งกล้ามเนื้อที่ฉีดทันที 1-2 ครั้ง เพื่อให้โบท็อกซ์ถูกเซลล์ประสาทดูดเข้าไปให้มากที่สุด หรือทำตามคำเเนะนำของเเพทย์
- ควรทานอาหารที่มีแร่ธาตุสังกะสี เพื่อช่วยให้โบท็อกซ์ออกฤทธ์ไวขึ้น และทำงานดีขึ้น
- งดนอนราบ นอนคว่ำ หรือก้มหัวต่ำกว่าอก 3-4 ชม. เพราะมีส่วนทำให้เลือดไหลเวียนมารวมกันที่บริเวณใบหน้ามากขึ้นกว่าเดิม จะส่งผลให้โบท็อกที่ฉีดไหลไปบริเวณในที่ไม่ต้องการได้
- หลีกเลี่ยงความร้อนทุกชนิดและกิจกรรมที่ทำให้หน้าแดง 48 ชม. เช่น ออกกำลังกายหนักๆ ตากแดด ทำเลเซอร์
- หลังฉีดโบท็อกซ์ควรงดอาหารรสจัด และอาหารหมักดอง เพราะมีสารที่ทำให้เส้นเลือดขยายตัว
- งดสูบบุหรี่ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด เนื่องจากจะส่งผลต่อการอักเสบ ยุบบวมช้า และผลการรักษาอยู่ได้สั้นลงอีกด้วย